ตอนที่ 819 ดวงตาประทับเทพ




จางลั่วเฉินใช้เวลาไปครึ่งวันเต็มถึงสามารถหลอมรวมโลหิตเทพหยดที่หกได้หมด




ตราสัญลักษณ์เทพที่ผนังทะเลปราณของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวง พวกมันเด่นชัดขึ้น ทุกๆ ตราสัญลักษณ์เทพเทพเซียน ต่างก็แผ่แสงสว่างจ้าออกมา และยังมีกลิ่นไอโบราณด้วย




เพียงแต่ว่า การฝึกฝนของจางลั่วเฉินไม่ได้ก้าวหน้าไปมากนัก เขายังคงไปไม่ถึงขั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งที่สิบของขั้นมังกรมัจฉาได้




"ต่อไป"




จางลั่วเฉินคลายผนึกแล้วเริ่มหลอมรวมโลหิตเทพหยดที่เจ็ดต่อ




ตอนหลอมรวมโลหิตเทพหยดที่หก เขาก็รู้สึกกินแรงมากแล้ว รู้สึกราวกับร่างกายใกล้ถึงจุดอิ่มตัว ตอนนี้ เขาเริ่มหลอมรวมโลหิตเทพหยดที่เจ็ด แน่นอนว่าก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก




พลังแฝงในโลหิตเทพน่ากลัวมากจริงๆ มันพอที่จะทำให้อาวุธเซียนร้อยอักขระชิ้นหนึ่ง ทะลุได้ ร่างกายของผู้ฝึกฝนขั้นมังกรมัจฉาแน่นอนว่าไม่มีทางที่จะรับได้มากนัก




อัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมคนอื่นๆ ต้องอาศัยพลังเทพช่วยถึงจะสามารถหลอมรวมได้หยดหนึ่งหรือสองหยด แต่ว่าจางลั่วเฉิน กลับอาศัยกำลังของตนเองหลอมรวมไปหกหยดแล้ว เดิมนี่ก็เรียกว่าโรคจิตมากแล้ว




ตอนนี้ เลือดของจางลั่วเฉินราวกับลาวา มันกลายเป็นร้อนจัด




ยิ่งเขาดูดกลืนเอาโลหิตเทพเข้าไปในร่างไม่หยุด เลือดทั้งร่างก็ยิ่งส่งความเจ็บปวดที่รุนแรงมา ราวกับกำลังจะถูกหลอมละลาย




ต้องรู้ว่า หลอมรวมโลหิตเทพหยดทั้งหกหยดก่อนหน้านี้ จางลั่วเฉินยังไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน แต่กลับสบายและไม่มีความยากอะไร




"อดทน จะต้องอดทน ผ่านด่านนี้ไป ไม่แน่ว่าอาจจะไปถึงขั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งที่สิบของขั้นมังกรมัจฉาก็ได้"




จางลั่วเฉินอาศัยปณิธานที่แข็งกล้าของตน กัดฟันแน่นแล้วหลอมรวมเลือดเทพต่อไป




ตอนเริ่มแรกนั้น รูขุมขนมีเลือดไหลซึมออกมาเป็นหยดๆเท่านั้น แต่ว่า เมื่อเหงื่อไหลออกมาจนหมด ก็กลายเป็นเลือดที่ไหลออกมาแทน




น้ำและเลือดไหลออกมาจำนวนมาก ร่างของจางลั่วเฉินเริ่มแห้งลง เนื้อบนใบหน้าเองก็ซูบตอบลงไป




หากว่ามีผู้อาวุโสคนหนึ่งคอยดูแลเขา จะต้องรีบห้ามไม่ให้เขาหลอมรวมโลหิตเทพต่อไปแน่นอน ตอนนี้เขาตกอยู่ในสภาพที่อันตรายมากแล้ว และอาจจะต้องตายเพราะพลังชีวิตแห้งเหือดไปได้ทุกเมื่อ




และในตอนนี้เอง ต้นพฤกษาเทียมฟ้าก็สั่นไหวไปเล็กน้อย มันส่งเสียงออกมา บนท้องฟ้าก็มีใบไม้สีเขียวนับล้านใบ ส่งไอสีเขียวหลายสายออกมา ราวกับน้ำตกที่ตกลงมา เข้าไปในร่างกายของจางลั่วเฉิน




ทันใดนั้น ร่างของจางลั่วเฉินก็กลับมามีน้ำมีนวลอีกครั้ง และฟื้นฟูพลังชีวิตกลับมา




ผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืน ในที่สุดจางลั่วเฉินก็สามารถหลอมรวมโลหิตเทพหยดที่เจ็ดได้แล้ว




จางลั่วเฉินเปิดดวงตาทั้งสองขึ้นแล้วกระพริบ เขารู้สึกว่าภาพที่เห็นตรงหน้า เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม




ในอากาศ ในพื้นดิน มีกฎมากมายทะลุผ่าน กฎทุกอย่างช่วยเหลือเกื้อกูนกันและต่อต้านกัน มันเรียงกันเป็นแถวอย่างแน่นหนา และสร้างโลกที่ประหลาดมากโลกหนึ่งขึ้น




"นี่คือ ? "




จางลั่วเฉินประหลาดใจมาก




แล้วเขาก็ปิดตาลงพร้อมกับนวดไปที่ขมับ จากนั้นจึงเปิดตาอีกครั้ง แล้วเขาก็พบว่ากฏมากมายแน่นหนาเหล่านั้นได้หายไปแล้ว




จากนั้นจางลั่วเฉินก็โคจรปราณเซียนไปที่ดวงตา




ดวงตาทั้งสองก็มีสัญลักษณ์เทพปรากฏขึ้น มันลอยอยู่ภายในของลูกตา กฎระหว่างฟ้าดิน ก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และมาปรากฏต่อหน้าเขาอย่างสมบูรณ์




"รอยประทัพเทพสองอันกลับประทับเข้าไปในลูกตา หรือว่า ดวงตาทั้งสองของข้า จะกลายเป็นดวงตาประทับเทพแล้ว ? "




สัญลักษณ์ของเหล่าเทพประทับเข้าที่ผนังทะเลปราณ ตอนนี้ ดวงตาทั้งสองกลับมีตราประทับเทพสองอันแยกออกมา เห็นได้ชัดว่า มันแยกออกมาจากผนังทะเลปราณและรวมเข้ากับดวงตาทั้งสองจนเป็นหนึ่งเดียวกัน




จากจิตใจของจางลั่วเฉินในตอนนี้ ภายในใจยังรู้สึกปั่นป่วนไปหมด เขาตื่นเต้นมาก และไม่สามารถสงบลงได้เลย




เสียเวลาไปนาน เขาถึงจะสามารถสงบลงได้แล้วลอบคิดว่า "เมื่อตราสัญลักษณ์เทพที่ทะเลปราณแข็งแกร่งพอ มันก็จะออกมาได้ และกลายเป็นรอยประทัพเทพรวมเข้ากับร่างกายของข้า"




อย่างหนึ่งที่ทำให้จางลั่วเฉินไม่เข้าใจคือ ผู้ฝึกฝนขั้นมังกรมัจฉาคนอื่นๆ เมื่อรวมรอยประทับเทพได้แล้ว สุดท้ายจะรวมกับร่างกายเป็นหนึ่งเดียวไหม




รอยประทับเทพทั้งสองที่ออกมาจากผนังทะเลปราณกลับรวมเข้ากับลูกตาของจางลั่วเฉินเป็นหนึ่งเดียว




ต้องรู้ว่า มีเพียงบุคคลที่ "ร่างเนื้อเป็นเซียน" ในตำนานเท่านั้นที่จะสามารถฝึกฝนจนเกิดตราประทับเทพและรวมเข้ากับร่างกาย ทำให้อวัยวะในร่างทั้งร่างกลายเป็นเซียน และเหนือกว่าเซียนธรรมดาทั่วไป มีอายุขัยยาวนานมาก




ผู้ฝึกฝนทั่วๆ ไป ก้าวเข้าขั้นเซียน ก็จะมีอายุขัยหนึ่งพันปี ความสามารถในการต่อสู้น่ากลัวมาก




แน่นอนว่า หลังจากสมัยอารยธรรมยุคกลางไป ก็ไม่มีใครที่มีร่างเนื้อเป็นเซียนอีกเลย




อยากจะให้ร่างเนื้อเป็นเซียน ไม่เพียงแต่ต้องการโลหิตเทพจำนวนมากเท่านั้น ยังต้องมีปณิธานที่แกร่งกล้า ทั้งสองอย่างจะขาดอะไรไปไม่ได้




และเพราะอย่างนี้ จางลั่วเฉินจึงไม่ได้หวังกับการมีร่างเนื้อเป็นเซียนเท่าไหร่นัก และเริ่มศึกษาดูดวงตาประทับเทพที่พึ่งจะสร้างได้เมื่อครู่




ดวงตาประทับเทพเมื่อเทียบกับดวงตาเทพแล้ว ก็ยังมีความต่างกันมาก แต่ว่า มันก็ยังคงเป็นของที่ยอดเยี่ยม คือของที่เหล่าเซียนต่างฝันอยากจะได้มันมา




มันสามารถช่วยจางลั่วเฉินให้สามารถสังเกตกฎธรรมชาติได้ชัดเจนขึ้น เมื่อเป็นอย่างนี้ การทำความเข้าใจกฎวิถีเซียนก็จะไปอย่างก้าวกระโดด




กระทั่งมาถึงขั้นนี้แล้ว จางลั่วเฉินก็ยังไม่สามารถสัมผัสกับริมขอบขั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งที่สิบของขั้นมังกรมัจฉาได้เลย จึงได้แต่สงสัยว่า ขั้นในตำนานที่ว่านั่นมันมีจริงๆ หรือไม่ ?




หลอมรวมโลหิตเทพไปแล้วถึงเจ็ดหยด ร่างเนื้อของจางลั่วเฉินยังมาถึงขีดสุดแล้ว แต่กลับยังไม่สามารถไปขั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งที่สิบได้




"บางที ขั้นนั้นอาจจะไม่มีอยู่จริง อย่างไร ในสมัยอารยธรรมยุคกลาง บุคคลที่มีชะตาเทพเองก็เป็นเพียงแค่ตำนานเท่านั้น"




จางลั่วเฉินไม่ได้เอาขั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งที่สิบมาใส่ใจ ต่อให้ไปไม่ถึงขั้นนั้น การหลอมรวมโลหิตเทพสองหยดก็ยังทำให้ความสามารถของเขาเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย




ตอนนี้ หากไปประมือกับครึ่งเซียนขั้นสามอีกครั้ง ก็น่าจะสบายขึ้นมามาก




จางลั่วเฉินลุกขึ้นแล้วกระโดดลงพื้นไป สายตาจ้องไปที่ต้นพฤกษาเทียมฟ้า จากนั้นก็ประสานมือทั้งสองแล้วโค้งตัวคารวะมัน




แม้ว่า ก่อนหน้านี้จางลั่วเฉินจะอยู่ในการฝึกฝน แต่เขาก็รู้สึกได้ชัดเจนว่า ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เป็นต้นพฤกษาเทียมฟ้าที่เอาพลังชีวิตที่แข็งแกร่งส่งเข้ามาในร่างเขา ช่วยให้เขาผ่านความลำบากนั้นไปได้




ไม่อย่างนั้น ร่างของจางลั่วเฉินไม่มีทางที่จะหลอมรวมโลหิตเทพหยดที่เจ็ดได้แน่ และยิ่งไม่มีทางที่จะฝึกฝนดวงตาประทับเทพได้ด้วย




"ต้นอ่อนใหม่ของต้นพฤกษาเทียมฟ้านี้ น่าจะเกิดสติปัญญาแล้ว"




และในตอนที่จางลั่วเฉินโค้งตัวครวะมันนั้น ต้นพฤกษาเทียมฟ้าก็สั่นไหวเบาๆ ราวกับตอบรับเขา




ต้นพฤกษาเทียมฟ้าคือเทพคนสุดท้ายของโลกคุนหลุน ผ่านประสบการณ์ต่างๆ มาไม่รู้เท่าไหร่ แน่นอนว่ามันมีสติปัญญาที่ยอดเยี่ยมมาก 




นอกจากนี้ ต้นพฤกษาเทียมฟ้ายังถูกเรียกว่าเป็น "รากฐานชีวิตของโลกคุนหลุน" ตอนที่ยังไม่ถูกกตัด ในรากไม้ มีน้ำพุแห่งชีวิตอยู่สายหนึ่ง




ในตำนาน สิ่งมีชีวิตทั้งหมดของโลกคุนหลุน ล้นแต่ถือกำเนิดมาจากน้ำพุแห่งชีวิต




เมื่อต้นพฤกษาเทียมฟ้าถูกตัด น้ำพุแห่งชีวิตก็หายไป




"ตอนนี้ ต้นอ่อนใหม่เกิดสติปัญญาแล้ว อนาคตจะให้กำเนิดน้ำพุแห่งชีวิตไหมนะ ? " จางลั่วเฉินมองไปยังกิ่งไม้ขนาดใหญ่โตเหลือประมาณและคาดหวังอยู่ในใจ




ในตำนาน คนธรรมดาเมื่อได้ดื่มน้ำพุแห่งชีวิตเข้าไป ก็จะสามารถมีอายุได้ถึงสองร้อยปี




บางทีเซียนที่ตายไปบางคน เมื่อได้ดื่มน้ำพุแห่งชีวิตเข้าไป อาจจะสามารถฟื้นกลับมาได้อีกครั้งก็ได้




ได้ยินว่า เพราะต้นพฤกษาเทียมฟ้ามีน้ำพุแห่งชีวิตอยู่ จึงทำให้โลกคุนหลุนไม่มีแก่ชรา และถูกเทพชั่วร้ายขี้อิจฉาเกลียดชังเข้า ถึงได้ตัดต้นไม้แห่งชีวิตจนหักลง ขณะเดียวกัน ก็ทำลายน้ำพุแห่งชีวิตไปจนหมดด้วย




หากว่าน้ำพุแห่งชีวิตไม่ได้แห้งเหือด ไม่แน่ว่า อาจจะสามารถทำให้เซียนกระบี่เสวียนจีกลับมามีชีวิตได้ก็ได้ และเพราะสาเหตุนี้ ดังนั้นจางลั่วเฉินจึงหวังมากว่า จะเกิดน้ำพุแห่งชีวิตสายใหม่ขึ้น




วันหลัง หากเกิดอะไรไม่คาดฝันขึ้น ถึงจะสามารถใช้มัน ไปช่วยเหลือเพื่อและคนสนิทรอบกายได้




แม้ว่าเขาจะฝึกฝนดวงตาประทับเทพได้ และการทำความเข้าใจกฎวิถีเซียนก็ไปได้อย่างรวดเร็วมาก แต่ว่าจางลั่วเฉินกลับไม่ได้ฝึกฝนต่อ เขาเตรียมตัวจะรีบไปที่หุบเขาเทพวิญญาณในทันที




ดินแดนทางเหนือของภาพเทพพฤกษาฟ้าดิน มีภูเขาไฟสีแดงขนาดใหญ่อยู่ มันกินอาณาเขตครอบคลุมสามร้อยลี้ จางลั่วเฉินยังไม่ทันเดินเข้าไปด้านในก็สามารถรับรู้ถึงคลื่นความร้อนหลายระรอกที่แผ่ออกมาได้แล้ว




ภูเขาไฟลูกนี้ ไม่ได้อยู่มาตลอด แต่ว่า จางลั่วเฉินนำร่างของซ่วนอู่ชิงฮั่ววางไว้ที่นี่ ถึงได้กลายเป็นอย่างนี้




พลังของซ่วนอู่ชิงฮั่วน่ากลัวเกินไป แม้จะเป็นเพียงร่างของมันเท่านั้น แต่ก็ยังทำให้พื้นที่รอบๆ รัศมีร้อยลี้กลายเป็นพื้นที่ๆเปลวเพลิงไม่ดับมอดไปได้




ด้านล่างภูเขาไฟมีหม้อโลหะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ มันสูงสามจ้าง และมีขาตั้งหนาสี่อัน ราวกับมังกรสี่ตัว นี่คือหม้อหลอมอาวุธ อาวุธวิเศษขั้นที่สิบสองชิ้นหนึ่ง




ตอนนั้นที่จางลั่วเฉินซื้อมันมา ก็เพื่อเอามันมาหลอมขวดล้ำค่าหรูอี้




ทุกวันนี้มันถูกเสี่ยวเฮยใช้หลอมนักรบเดนตาย




เมื่อเจียหลัวคงและเจียหลัวหลันตายแล้ว เสี่ยวเฮยก็ได้รับร่างครึ่งเซียนอีกหนึ่งร้อยสิบร่าง จากนิสัยของเสี่ยวเฮย แน่นอนว่ามันจะต้องอดใจแทบไม่ไหวที่จะเอาร่างเซียนทั้งหนึ่งร้อยสิบร่างนี้มาหลอมให้กลายเป็นนักรบเดนตายแน่นอน




กระบวนการหลอมนักรบเดนตายก็ไม่ใช่ง่าย




เห็นเสี่ยวเฮยถือคัมภีร์พุทธะมรณะศึกษาอยู่ตลอด ทั้งอ่าน วิเคราะห์ จากนั้นยังทุ่มเทพลังจำนวนมากไปสลักอักขระที่ซับซ้อนบนร่างของนักรบเดนตายทุกตนอีก




อยากจะให้ร่างนักรบเดนตายครึ่งเซียน แสดงพลังเทียบได้กับครึ่งเซียนขั้นหนึ่ง จะต้องสลักอักขระจำนวนมากที่ผิว กระดูก ชีพจรจำนวนมากลงไป




ร่างทุกร่าง ก็เหมือนกับค่ายกลอันหนึ่ง




นักรบเดนตายกลุ่มหนึ่ง จะสามารถเชื่อมต่อกันเป็นค่ายกลนักรบที่ใหญ่ขึ้นได้ และสามารถแสดงพลังมหาศาลออกมา




อักขระบนร่างของนักรบเดนตายซับซ้อนมาก จางลั่วเฉินรู้ว่าตนไม่สามารถสลักได้ เห็นอย่างนี้ เคล็ดของเสี่ยวเฮยในด้านอักระนั้นน่าตกใจมาก และเหนือกว่าครึ่งเซียนพลังสมาธิเสียอีก




จางลั่วเฉินยืนอยู่อีกด้าน เห็นเสี่ยวเฮยยุ่งวุ่นวายอย่างมีความสุขแล้ว ก็ไม่ได้ไปรบกวนมัน




จากนั้น แววตาของเขาก็มองไปยังเตาหลอมอาวุธสีแดงเพลิง เขาเห็นว่า ภายในเตานั่นเต็มไปด้วยเลือดเซียนซ่วนอู่ และยังใส่สมุนไพรจำนวนมากรวมถึงหินแร่เข้าไปด้วย




กระต่ายกลืนคชสรกับมารวานรอยู่ด้านนอกโลกของม้วนภาพ และไปเก็บสมุนไพร พวกมันวางไว้เป็นกองๆ ข้างเตา เทพมารหนูไปหาหินแร่มา มันขุดเอามาจำนวนมาก และเอามาไว้ที่นี่




ยังดีที่ทรัพยากรของโลกม้วนภาพอุดมสมบูรณ์ อยากได้อะไรก็มี จึงไม่ขาดอะไร และพอที่จะหลอมสร้างนักรบเดนตายได้




แม้จะเป็นเหล่าตระกูลเซียน ก็ยังไม่มีข้อได้เปรียบอย่างนี้เลย





แปลจากจีนขึ้นโดยเพจ



เข้าอ่านกลุ่ม VIP เพียงตอนล่ะ 2 บาทเท่านั้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 1 :แปดร้อยปีหลัง

ตอนที่ 840 สมุนไพรเทพ